Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

 
การบำรุงรักษาหิน Quarella
การบำรุงรักษาและดูแลหิน Quarella มีขั้นตอนดูแลประจำวันที่ไม่ยุ่งยากโดยดูแลรักษาเหมือนหินอ่อนทั่ว ๆ ไปหินใหม่จะมีความเงางามจากโรงงานผู้ผลิตการบำรุงรักษาคือ ต้องรักษาพื้นหินอ่อนให้สะอาดอยู่เสมอ ทั้งนี้เนื่องจาก ฝุ่นละอองและสิ่งสกปรกจะทำให้หินอ่อนที่เงางามเกิดริ้วรอยและหมองลงได้
หินอ่อนอัด Quarellaจะมีส่วนผสมของ POLYESTER RASIN ในอัตราส่วน 5% ถึง 10% โดยมีเนื้อหินธรรมชาติอยู่ประมาณ 90% ถึง 95% ทำให้อัตราการดูดซับความชึ้นต่ำกว่าหินธรรมชาติทั่วไป และสามารถใช้ผลิตภัณฑ์ในการทำความสะอาดและเคลือบเงาได้ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์นั้น ๆ
การบำรุงรักษา และการทำความสะอาดสำหรับ “บ้านพักอาศัย”
- ควรหมั่นกวาด หรือใช้ม็อปดันฝุ่นเป็นประจำทุก เช้า-เย็น
- ควรใช้น้ำยาทำความสะอาดหิน ผสมน้ำตามอัตราส่วน เช็ดถูเป็นประจำ
- ในทุก ๆ 6 เดือน ควรมีการปั่นเงา ด้วยน้ำยาปั่นเงา เพื่อเป็นการรักษาสภาพความเงางามของหน้าหิน
การบำรุงรักษา และการทำความสะอาดสำหรับ“อาคารสาธารณะ”
- ควรหมั่นกวาด หรือใช้ม็อปดันฝุ่นเป็นประจำทุก เช้า-เย็น
- ควรใช้น้ำยาทำความสะอาดหิน ผสมน้ำตามอัตราส่วน เช็ดถูเป็นประจำ
- ในทุก ๆ สัปดาห์ ควรมีการปั่นเงา ด้วยน้ำยาปั่นเงา เพื่อเป็นการรักษาสภาพ ความเงางามของหน้าหิน
โดยทั่วไปอาคารสาธารณะ เช่น ห้างสรรพสินค้า,โรงแรม,โรงพยาบาล,สนามบิน อาคารสำนักงาน ธนาคาร ฯลฯ อาคารเหล่านี้ต้องรองรับการสัญจรค่อนข้างหนัก จากการเดิน,รถเข็นซึ่งอาจมีฝุ่น ทราย ติดมากับรองเท้า หรืออื่นๆ โดยกระทำให้เกิดการเสียหายกับผิวหน้าหิน จึงควรมีวิธีลดปริมาณรอยขูดขีดโดยการปูแผ่นดักฝุ่นบริเวณทางเข้า-ออก อาคารการปั่นเงาควรทำการขัดดึงเงาพื้นหินอ่อน(คริสตัลไลท์) เป็นประจำทุก ๆ 3 เดือน
การทำความสะอาดสำหรับบ้านพักอาศัย
วิธีการดูแลและทำความสะอาดสำหรับบ้านพักอาศัย สามารถทำได้สะดวก เนื่องจากไม่ได้ใช้งานและรองรับสัญจรที่หนักมาก โดยให้ดำเนินการด้งนี้
1. กวาดฝุ่นหรือใช้MOBฉีดน้ำยาดันฝุ่นดันฝุ่นเป็นประจำ
2. เลือกใช้น้ำยาทำความสะอาดที่ใช้สำหรับ หินอ่อนผสมน้ำตามอัตราส่วนตามปริมารต(50:1) ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำยาที่ผสมน้ำแล้ว เช็ดถูพื้นหินเป็นประจำทุกเช้า-เย็น หากบริเวณใดมีคราบสกปรกฝังแน่นให้ใช้น้ำยาผสมน้ำ1:5-1:10 ทำการขัดล้างบริเวณดังกล่าวด้วยแผ่นใยขัดสีขาว (ขัดเป็นวงกลม) และล้างน้ำยาออกด้วยน้ำสะอาด และเช็ดให้แห้งอีกครั้ง
3. ทุก ๆ สัปดาห์ เพื่อเป็นการรักษาพื้นหินให้เงางาม ควรลงน้ำยาเคลือบเงา(WAX) ชนิดที่เป็น สูตรน้ำ(Water Base) โดยผสมน้ำยาเคลือบกับน้ำสะอาด และใช้ผ้าสะอาดชุบและบิดหมาด เช็ดถูพื้น จากนั้นใช้ผ้าแห้งสะอาดเช็ดถูอีกครั้งพื้นก็จะเงางาม
4. ในระยะเวลา 6 เดือน หรือ 12 เดือนควรสำรวจสภาพผิวหิน หากมีริ้วรอยหรือความเงา งามลดลง ให้ทำการฟื้นฟูสภาพผิวหินใหม่ โดยวิธีการขัดเงา (คลิสตัลไลท์เซชั่น) ด้วยผง ขัดเงาหิน จากนั้นดูแลตามขั้นตอน ที่ 1,2 และและ 3 ตามปกติ
หมายเหตุ
- การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ในการดูแลรักษาสภาพผิว และความงามของหินอ่อน ควรศึกษาจากคู่มือการใช้ผลิตภัณฑ์นั้นๆ
- การฟื้นฟูสภาพผิวหินโดยใช้วิธี Crystallization ด้วยผงขัด 5 EXTRA เป็นวิธีหนึ่ง ในหลายๆ วิธีซึ่งสะดวก แต่หากต้องการฟื้นฟูสภาพผิวหินด้วยวิธีอื่นๆซึ่งมีอยู่หลายวิธีควรศึกษาและปรึกษาผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ฟื้นฟูสภาพผิวหินและผู้รับจ้างดำเนินการนั้นๆ
- ห้ามใช้น้ำยาทำความสะอาดที่เป็นกรดทุกชนิดทำความสะอาด พื้นหินรวมถึงสารทำ ละลาย เช่นทินเนอร์,น้ำมันสน, น้ำมันซักแห้ง
การทำความสะอาดสำหรับอาคารสาธารณะ
โรงแรม, โรงพยาบาล, สนามบิน, สำนักงานธนาคารฯลฯ อาคารเหล่านี้ ต้องรองรับการสัญจรอย่างหนัก จากรถเข็น จากการเดินและใส่รองเท้าฝุ่นทรายซึ่งติดมากับการสัญจรเหล่านี้จะทำความเสียหายให้กับผิวหินเป็นอย่างมาก
1. ประจำทุก ๆ วัน ควรดันฝุ่นโดยใช้น้ำยาฉีดใส่ MOP ดันฝุ่น นำไปดันฝุ่นให้ทั่วบริเวณทั้งเช้าและเย็น
2. เลือกใช้น้ำยาทำความสะอาดสำหรับหินอ่อนผสมน้ำในอัตราส่วนน้ำสะอาดต่อน้ำยา (50:1)ในทุก ๆ 6 เดือน ควรมีการปั่นเงา ด้วยน้ำยาปั่นเงา เพื่อเป็นการรักษาสภาพความเงางามของหน้าหินใช้ผ้าสะอาดชุปน้ำยาที่ผสมแล้วเช็ดถูพื้นหินเป็นประจำเช้า-เย็น
3. ภายใน 1 สัปดาห์ ควรลงน้ำยารักษาความเงาของหิน1-2 ครั้งโดยฉีดพ่นลงบนพื้นและใช้ เครื่องขัดรอบสูง(Hight speed) กับแผ่นใยขัดสีขาว ทำการขัดเพื่อรักษาความเงางามของหิน โดยเฉพาะบริเวณทางเข้า-ออกอาคาร ซึ่งรองรับการสัญจรอย่างหนักควรทำให้ถี่ขึ้น
4. ในระยะเวลา 1 เดือน ควรมีการล้างผิวหินด้วยเครื่องล้างโดยการใช้น้ำยาเลือกใช้น้ำยา ทำความสะอาดที่ใช้สำหรับหินอ่อนผสมในอัตราส่วนน้ำสะอาดต่อน้ำยา(50:1)ทำการขัด ล้างและใช้เครื่องดูดน้ำที่มีคราบความสกปรกออกจากผิวหินใช้ผ้าสะอาดเช็ดผิวหินให้แห้ง จากนั้นใช้น้ำยารักษาความเงาของหินฉีดพ่นลงบนพื้นและใช้เครื่องขัดรอบสูงกับแผ่นใย สีขาวขัดเพื่อรักษาความสะอาดอีกครั้งหาก
5. ในระยะเวลา 3 เดือนถ้าความเงางามของผิวหินลดลงหรือหมดความเงางามให้ทำการพื้นฟูสภาพผิวหินใหม่ด้วยวิธี คริสตัลไลน์เตชั่น (crystallization) เพื่อฟื้นฟูสภาพความเงางามของผิวหินตามขั้นตอนดังนี้
- ใช้ผงขัด 5 EXTRA ในอัตราส่วน 2 ช้อนโต๊ะต่อน้ำสะอาด 1 ถ้วยแก้วผสมกันบนผิวหิน
- ขัดล้างด้วยเครื่อง(speed) 175-200 R.P.M ใช้แผ่นใยขัดสีแดงหรือสีขาวในการขัดจน เกิดความเงา
- จากนั้นใช้น้ำล้างคราบและกากน้ำยา ออก
หมายเหตุ
- การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ในการดูแลรักษาสภาพผิวและความงามของหินอ่อน ควรศึกษาจากคู่มือการใช้ผลิตภัณฑ์นั้น ๆ
- การฟื้นฟูสภาพผิวหินโดยวิธี Crystallization ด้วยผงขัด 5Extra เป็นวิธีหนึ่ง ในหลายๆ วิธี ซึ่งสะดวก แต่หากต้องการฟื้นฟูสภาพผิวหินด้วยวิธีอื่นๆ ซึ่งมีอยู่หลายวิธีควรศึกษาและปรึกษาผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ฟื้นฟูสภาพผิวหินและผู้รับจ้างดำเนินการนั้น ๆ
การบำรุงรักษาหินแกรนิตอัด และหินควอทซ์อัด
หินแกรนิตอัด
เป็นหินที่มีความแข็งแกร่งสูง ทนต่อการสัญจรได้ดีการดูแลรักษาจึงสามารถ ดูแลได้ง่าย ดังนี้
1. การทำความสะอาดหินแกรนิตอัด ควรเลือกน้ำยาทำความสะอาด (DETERGENT) ชนิดที่ไม่เป็นกรด ผสมน้ำในอัตราส่วน น้ำสะอาดต่อน้ำยา 50:1 .ผ้าสะอาดชุบ น้ำยาที่ผสมน้ำแล้วบิดหมาด เช็ดถูผิวหินเป็นประจำทุกวัน เช้าหรือเย็น
2. ถ้าต้องการให้มีความเงางามตลอดเวลา ควรเคลือบเงาด้วยน้ำยาชนิดที่เป็นสูตรน้ำ (WATER BASE) สำหรับเคลือบเงาหินแกรนิตเป็นประจำทุกวันเช้าหรือเย็น
3. ในกรณีที่มีเครื่องทำความสะอาดหินหรือปั่นเงา ควรเลือกครีม ชนิดที่เป็น SOLVENTBASE ขัดเคลือบหินด้วยการปั่นเงาอย่างน้อยเดือนละครั้ง หรือ ทุก 2สัปดาห์
หินควอทซ์อัด
เป็นหินที่มีความแข็งแกร่งสูงมาก การดูแลรักษาจึงสามารถดูแลได้ง่ายมาก เพียงแค่ทำความสะอาด โดยใช้น้ำสะอาดผสมน้ำยาทำความสะอาด (DETERGENT) เช็ดถูทุกเช้า-เย็นเป็นประจำ หรือถ้าต้องการให้มีความเงางามขึ้นอีกก็สามารถเคลือบเงาด้วยน้ำยาชนิดที่เป็นสูตรน้ำ (WATER BASE) สำหรับเคลือบเงาก็จะทำให้หินมีความสวยงามอยู่ตลอดเวลา
ข้อควรระวัง
การเลือกผลิตภัณฑ์ในการดูแลบำรุงรักษาหินแกรนิตอัด และหินควอทซ์อัดควร
วิธียาแนวด้วยปูนยาแนว สำหรับหินอ่อนอัด, แกรนิต, ควอทซ์
เป็นวิธีที่นิยมใช้อย่างแพร่หลายและสะดวก เนื่องจากมีผลิตภัณฑ์ปูน ยาแนวหลากหลายชนิด และสีสัน มีให้เลือกใช้งานตามความเหมาะสม
การเตรียมพื้นผิว
1. ก่อนการยาแนว ร่องแผ่นหินต้องสะอาดและแห้ง
2. ทำความสะอาด กำจัดเศษวัสดุในร่องแผ่นหิน เพื่อให้ยาแนวยึดเกาะแน่นและสีของยา แนวสม่ำเสมอ
การเตรียมพื้นผิว
1. ใส่น้ำสะอาด อุณหภูมิของน้ำปกติ (ไม่ใช่น้ำอุ่นหรือน้ำร้อน) ลงในถังน้ำที่เตรียมไว้
2. ค่อยๆ เทยาแนวลงในน้ำ ขณะเดียว กันคนให้ทั่วจนเข้าเป็นเนื้อเดียวกัน โดยสัดส่วนการ ผสมคือ 1 : 3 โดยน้ำหนัก (น้ำ 1 ส่วน ยาแนว 3 ส่วน) หรือ ดูอัตราส่วนผสมตามคู่มือยา แนวที่ท่านเลือกใช้
3. หลังจากผสมยาแนวให้เข้ากันดีแล้ว ควรทิ้งไว้ 3 ถึง 4 นาที ก่อนใช้งาน เพื่อให้สารเคมีใน ยาแนวทำปฏิกิริยากับน้ำ
** ยาแนวที่ผสมอยู่ในถังแล้ว สามารถใช้งานได้ภายใน 30 นาที แต่ต้องเก็บไว้ให้ห่างจาก แสงแดดและความร้อน
การยาแนว
1. สำหรับผนัง : ใช้เกรียงยาง หรือแผ่นยางตักยาแนวที่ผสมได้แล้ว ปาดยาแนวให้เฉียงกับ ร่องแผ่นหิน เพื่อให้ยาแนวเต็มร่องที่เตรียมไว้
    สำหรับพื้น : เพื่อความรวดเร็ว ป้ายยาแนวที่ผสมได้ที่แล้ว ลงบนพื้นที่ประมาณ 1 ตร.ม. แล้วใช้เกรียงปาดยาแนวให้เฉียงกับร่องแผ่นหิน เพื่อให้ยาแนวเต็มร่องที่เตรียมไว้
2. เช็ดยาแนวส่วนที่เกินออกจากแผ่นกระเบื้องด้วยฟองน้ำหมาดๆ ก่อนที่ยาแนวจะแห้งสนิท
3. ปล่อยทิ้งไว้ให้แห้งประมาณ 2 ชม. แล้วทำความสะอาดแผ่นหินด้วยผ้าสะอาด
4. เพื่อการยึดเกาะที่ดีของยาแนว ควรทิ้งไว้ให้แห้งประมาณ 24 ชม. ก่อนการใช้งาน
ข้อแนะนำสำหรับการยาแนว
• ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาแนว เมื่อมีแสงแดดโดยตรงหรือพื้นผิวที่ร้อนจัด
• เพื่อป้องกันการรั่วซึมของน้ำเข้าใต้แผ่นหิน และป้องกันการเสียดสีของแผ่นหิน ขณะที่มี การใช้งานบนพื้นผิว ควรเว้นร่องยาแนว 1-2 มม. สำหรับงานผนัง และพื้น
** การเลือกใช้ยาแนวทุกชนิดควรปรึกษา และศึกษา จากผู้ขายหรือคู่มือของผลิตภัณฑ์ที่ ท่านเลือกใช้ทุกครั้ง
วิธียาแนวด้วยอีพ๊อกซี่เรซิ่น แล้วขัด สำหรับหินอ่อน (Italia Style)
เป็นวิธีที่นิยมในต่างประเทศเพราะมีข้อดี คือ ภายหลังการยาแนวแล้วขัด จะได้พื้นผิวอ่อนทีมีความเรียบเป็นพื้นเดียวกัน ไม่มีรอยต่อ และยังสามารถดูแลรักษาได้ง่าย หมดปัญหา ร่องยาแนวดำ และสกปรกตลอดไป
การเตรียมพื้นผิว
1. ก่อนการยาแนว ร่องแผ่นหินต้องสะอาดและแห้ง
2. ทำความสะอาด กำจัดเศษวัสดุในร่องแผ่นหิน เพื่อให้ยาแนวยึดเกาะแน่นและสีของยา แนวสม่ำเสมอ
การเตรียมพื้นผิว
1. ผสมส่วนผสม 2 ส่วนเข้าด้วยกันด้วยอัตราส่วนตามผู้ผลิตระบุ โดยไม่ต้องผสมน้ำ คนให้ทั่ว จนเข้ากันเป็นเนื้อเดียวกัน
2. หลังจากผสมยาแนวให้เข้ากันดีแล้ว ควรทิ้งไว้ 3 ถึง 4 นาที ก่อนใช้งาน เพื่อให้สารเคมีใน ยาแนวทำปฏิกิริยากัน
** ยาแนวที่ผสมอยู่ในถังแล้ว ควรใช้ให้หมดภายใน 30 นาที แต่ต้องเก็บไว้ให้ห่างจากแสงแดด และความร้อนหรือตามที่ผู้ผลิตระบุ
การยาแนว
1. สำหรับพื้น : เพื่อความรวดเร็ว ป้ายยาแนวที่ผสมแล้วลงตามร่องระหว่างแผ่นหินใช้เกรียงยาง ปาดยาแนวให้เฉียงกับร่องแผ่นหิน เพื่อให้ยาแนวเต็มร่องที่เตรียมไว้
2. ทิ้งให้ยาแนวแห้งสนิท 2-3 ชั่วโมง (หรือตามที่คู่มืออีพ็อกซี่เรซิ่น ที่เลือกใช้แนะนำ)
การขัด
1. เตรียมเครื่องขัดขนาด 18 นิ้ว (ความเร็วรอบ 175-200 รอบ/นาที) ติดแผ่น Diamond Dis
2. ทำการขัด เพื่อลบคราบยาแนวออก โดยขัดไล่เรียงเบอร์หยาบจนถึงเบอร์ละเอียด
3. ตรวจสอบความเรียบและคราบของยาแนวให้ออกหมด
4. ขัดเงาด้วยผงขัดเงาหินอ่อน โดยใช้เครื่องขัดติดแผ่นใยขัดสีแดงทำการขัดจนขึ้นเงา
5. ล้างทำความสะอาดอีกครั้งและเช็ดให้แห้ง
ข้อแนะนำ
1. อาจมีค่าใช้จ่ายในการยาแนว และขัดเพิ่มขึ้น แต่ก็จะได้มาซึ่งความสวยงาม และยังดูแลรักษา ได้ง่าย
2. เหมาะสำหรับการติดตั้งแล้วเว้นร่องยาแนวอย่างน้อย 1-2 มิลลิเมตร